เทคโนโลยีบูลทูธ เกี่ยวกับหูฟังยังไง?

Bluetooth Technology with earphone

Bluetooth (บูลทูธ) เป็นเทคโนโลยีที่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากและหลายคนคงเคยใช้มาแล้ว ถึงแม้จะมีติดตั้งตามอุปกรณ์สื่อสารทั่วไปแล้วแต่ก็มีโอกาสใช้ไม่มากเท่าไหร่

ตัวอย่างผมเองยังไม่เคยใช้ถึงแม้จะมีอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ อาจจะเป็นเพราะว่าใช้อย่างอื่นในการถ่ายโอนข้อมูลเสียมากกว่า ความหมายของบูลทูธคือ…

…เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในรูปแบบหนึ่งโดยคลื่นวิทยุ ระหว่างอุปกรณ์ 2 ชนิดขึ้นไป…

ถูกพัฒนามาจากคลื่นอินฟราเรด

บูลทูธเป็นการพัฒนามาจากการใช้อินฟราเรดแบบดั้งเดิมที่เราใช้อยู่ในรีโมท ซึ่งอินฟราเรดนั้นมีข้อจำกัดอยู่คือต้องส่งในแนวเส้นตรง มีมุม 30 องศา

…สามารถรับส่งได้ 2 – 3 เมตรเท่านั้น…

คลื่นอินฟาเรด

เนื่องจากข้อจำกัดดังกล่าวจึงได้พัฒนาใช้เคลื่อนวิทยุในการทำบูลทูธขึ้นมา สามารถรับส่งได้ไกลมากขึ้นไม่จำเป็นต้องส่งในแนวตรง เร็วมากขึ้นจึงสามารถใช้งานได้หลากหลาย

ดังนั้นแล้วบูลทูธจึงมีประสิทธิมากกว่าอินฟาเรด แต่ปัจจุบันถือได้ว่าถือได้ว่ามีข้อด้วยเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีชนิดอื่น และปัจจุบันต้องมีติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ มือถือ และอื่นเพราะเป็นการสื่อสารไร้สายที่มีความสะดวกเพราะมีขนาดเล็ก ใช้พลังงานต่ำ ซึ่งมีประโยชน์เป็นอย่างมากที่อุปกรณ์พกพาชนิดต่างๆ ที่มีพลังงานเพียงน้อยนิด

ซึ่งปัจจุบันบูลทูธมีประโยชน์ดังนี้

  1. หูฟัง หูฟังปกตินั้นจะเป็นแบบมีสายเมื่อได้นำเทคโนโลยีบูลทูธมาใช้งานแล้วก็ไม่ต้องมีสายสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทั้งสองด้วยกัน กลายเป็นหูฟังไร้สาย สามารถที่จะฟังและพูดคุยกันได้ไม่ต้องมาแกะกะสาย สามารถที่จะนำหูฟังบูลทูธนั้นมาเชื่อมต่อกับมือถือ โน๊ตบุ๊ต
  2. การสร้างเครือข่ายขนาดเล็ก อย่างเช่นระหว่างอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กเข้าด้วยกัน ระหว่างมือถือกับมือถือ โน๊ตบุ๊ตกับมือถือโดยไม่ต้องใช้สายใดๆ ในการเชื่อมต่อนอกจากนั้นกล้องกับเครื่องปริ้นต์ที่สามารถเชื่อต่อและสั่งปริ้นต์ได้เลยโดยไม่ต้องต่อสาย
  3. การถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ บูลทูธนั้นสามารถที่จะถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เสียง ข้อมูลอื่นๆ ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ก็ได้

 

ถึงแม้ความจำเป็นในการเชื่อมต่อบูลทูธนั้นจะลดบทบาทส่งแต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีและมีการพัฒนาเวอร์ชั่นเป็นระยะด้วย

ต่อมาเราจะมาทำความรู้จักกับ bluetooth ในตัวหูฟังกัน บางท่านอาจจะเคยเห็นคำว่ารองรับ bluetooth 4.0 / 4.1 / 4.2 / 5.0 มันคือเวอร์ชั่น ที่บ่งบอกถึง หน่วยวัด ปริมาณการถ่ายโอนข้อมูล

เวอร์ชั่นของ บลูทูธ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันข้อกำหนด Bluetooth ออกมาแล้วดังรายละเอียด ด้านล่าง

  • Bluetooth 1.0
  • Bluetooth 1.1
  • Bluetooth 1.2 มีความเร็ว 721 Kbps (1Mbps)
  • Bluetooth 2.0 มีความเร็ว 2.1 Mbps
  • Bluetooth 2.0 EDR
  • Bluetooth 2.1 EDR มีความเร็ว 3.0 Mbps
  • Bluetooth 3.0 มีความเร็ว 24 Mbps
  • Bluetooth 4.0 มีความเร็ว 24 Mbps
  • Bluetooth 4.1 = มีความเร็ว24 Mbps

โดยเวอร์ชั่นของบลูทูธจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของความเร็วในการรับหรือส่งข้อมูล ซึ่งยิ่งถ้าส่งได้ไว ในแง่ของการใช้งานหูฟัง จะทำให้รายละเอียดเสียงดีขึ้น หรือลดโอกาสเกิดเสียงที่ Delay กรณีเราใช้ดูหนัง/ mv เวลาที่ภาพและเสียงไม่ตรงกัน ให้สันนิษฐานก่อนเลยว่า Version ของตัวบลูทูธนั้น

หูฟังออกกำลังกาย เลือกแบบไหนดี..ที่นี่มีคำตอบ

หูฟังออกกำลังกาย

เนื่องจากอาจมีใครหลายๆคนกำลังตามหาข้อมูลเกี่ยวกับ หูฟังออกกำลังกาย ผมจะมาบอกเล่าเกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ คือ ใช้สำหรับออกกำลังกาย ทั้งในฟิตเนส และข้างนอก

เหตุผลที่ต้องมาใช้ หูฟังออกกำลังกาย

ช่วงแรก…ส่วนตัวจะใช้หูฟังที่แถมมากับมือถือฟังตรงๆ ซึ่งมันก็ตอบโจทย์ได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อใช้ไปสักระยะ เราก็อยากได้หูฟังที่มันเหมาะสมมากกว่านี้ ด้วยสายละโยงละยาง หูฟังที่หลุดบ่อยเป็นประจำเวลาวิ่ง ซึ่งสร้างความรำคาญใจเป็นอยากมาก

ซึ่งในใจคิดไว้อันดับแรกเลยว่า “มันต้องไร้สายว่ะ!” เพราะเราออกกำลังกาย ซึ่งมีการเปลี่ยนสรีระอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การที่ใช้หูฟังแบบมีสายนั้นตัดทิ้งไปได้เลย ซึ่งผมจะแนะนำการเลือกซื้อหูฟังบลูทูธสำหรับออกกำลังกาย และอธิบายไปด้วยว่ามันคืออะไรบ้าง

1.ความเสถียรของสัญญาณ

ในขณะออกกำลังกาย ใครก็อยากฟังเพลงได้ไหลลื่น สัญญาณไม่ขาดหาย ทำให้ไม่เสียอรรถรสในการฟังเพลง หลายๆคนคงไม่อยากให้ ในขณะออกกำลังกายไปฟังเพลงแล้วเกิดเสียง ขาดๆหายๆ ปัญหานี้มีทางแก้ คือ เราจะแนะนำให้ใช้ Bluetooth ที่ มีเวอร์ชั่นสูงๆเพื่อความเสถียรของสัญญาณ โดยปัจจุบัน Version

2.เสียงดีวัดที่อะไร?

สำหรับหูฟังแต่ละตัวนั้น จะออกแบบเสียงมาแตกต่างกัน ซึ่งจะให้บอกว่าหูฟังราคาแพงจะเหนือกว่าหูฟังราคาถูกในทุกกรณี มันก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว

ซึ่งการที่จะตัดสินได้ว่าเสียงมันดีหรือห่วย “มันอยู่ที่ตัวคุณเอง” เช่น คุณชอบฟังเบสหนักๆ แต่ดันไปเลือกหูฟังแบบบาลานมาใช้ เพียงเพราะเขาว่ากันดีนักดีหนา

…เพราะฉะนั้นให้เลือกสิ่งที่เป็นตัวคุณ ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นชอบ…

3.กันน้ำกันเหงื่อได้สิ!

สิ่งสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นใดเลยก็คือ “กันเหงื่อ” ในการเลือกหูฟังสำหรับออกกำลังกายนั้น นั้นเราควรเลือกมาตรฐานกันน้ำ IP67 ขึ้นไป

4.แบตเตอรี่อยู่ได้นานไหม?

น้อยคนนักที่จะออกกำลังกาย 3-4 ชม. ซึ่งโดยปกติแล้ว เจ้าหูฟังบลูทูธสามารถบริการเพื่อนๆ ได้อย่างที่กล่าวมา ผมคิดว่ามันก็เพียงพอต่อการออกกำลังกายในแต่ละวันแล้ว

ในส่วนการชาร์จแบตนั้น ทำได้ง่ายมาก เราสามารถต่อ USB เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อชาร์จได้ทันที

5.จุกยางมีหลายขนาด

เคยไหมกับหูฟังของคุณที่ต้องจับหูฟังยัดใส่หูตลอด? นั่นเป็นเพราะจุกยางที่ไม่เหมาะสมกับรูหูของคุณ การเลือกหูฟังที่มีแถมจุกยางมาให้ด้วย ก็เป็นข้อดีในเรื่องนี้เลยแหละ แม้พวกจุกยางเหล่านี้จะมีขายแยก แต่ใครล่ะอยากเสียเงินเพิ่ม